จับแล้ว!! หนุ่มหื่นชกท้องข่มขืนยายวัย 61 ปี หนุ่มสารภาพ จนท.ถึงกับผงะ พูดหนังคนละม้วนแบบนี้ !???

 (12 ก.ค.) พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สอบปากคำ และตรวจหาดีเอ็นเอ นายอรรถพล หรือ พล อายุ 37 ปี ซึ่งถูกควบคุมตัว ตามหมายศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 328/2559 ลงวันที่ 12 ก.ค.59 เข้า หลังจับกุมได้ที่ริมทางสาธารณะ ถนนชัยพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขณะกำลังนั่งดื่มสุรากับเพื่อน

นายอรรถพล เป็นผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขืนและทำร้ายร่างกาย นางจันทรา อายุ 61 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่เพิงพักใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน แล้วหลบหนีไป ส่วนผู้เสียหาย คุณยายจันทร์ต้องนอนพักรักษาตัวที่ ร.พ.ชลประทาน แพทย์ตรวจเช็คร่างกายให้รอดูอาการในช่องท้องที่โรงพยาบาลต่ออีก 2-3 วัน

จากการสอบสวน นายอรรถพล ให้การปฏิเสธระบุว่างไม่ได้ข่มขืนและทำร่างร่างกาย ยายจันทร์ ตามที่กล่าวหา หากแต่นั่งดื่มเหล้าด้วยกัน แล้วเกิดมีอารมณ์ทางเพศ ผู้เสียหายได้สมยอมเอง ส่วนบาดแผลที่หน้าท้องของยายจันทร์ ตนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่ตนเองไม่ได้ทำร้าย
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอที่กระพุ้ง แก้มและตามร่างกายผู้ต้องหารายนี้อย่างละเอียด เพื่อเป็นหลักฐานและควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีแม้จะปฎิเสธก็ตามแต่หลักฐานแน่น หนา

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่าจากการสอบสวนและตรวจเลือดนายอรรถพล ผลเลือดออกมาไม่ชิดกับตัวอย่างคนร้ายที่ก่อเหตุที่ภาค 7 แต่อย่างไรก็ตามได้มีการประสานไปทางภาค 7 แล้ว ขณะนี้กำลังเดินทางมาเพื่อทำการสอบสวนผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติม เนื่องจากคดีที่เกิดทางภาค 7 อาจมีผู้ก่อเหตุหลายราย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีการร่วมรักกันจริงโดยสมยอมทั้งคู่ แต่ปฎิเสธเรื่องทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ช็อกแป๊บนะ !! แม่หลวงกุ้ง ผู้ใหญ่บ้านสาวสวย เปลี่ยนลุค กลายเป็นแบบนี้แล้ว สาวๆเตรียมกรี๊ส !??

จำแทบไม่ได้เลยสำหรับ "แม่หลวงกุ้ง"หรือ นส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ อายุ 35 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านศิริวัฒนานิเวศน์ หมู่ 6 ต.หนองหอย ตัวเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันเปลี่ยนลุคตัดผมสั้นจนหลายคนบอกว่าหล่อหรือสวยกันแน่เนี่ย แต่ที่แน่ๆสาวๆเตรียมกรี๊สได้เลย
  

 ย้อนรอยคดีครูอิ๋ว..จากคำสารภาพของ “ชาตรี” ตั้งแต่เริ่มก่อเหตุ จนถึงลงมือฆาตกรรม ฟังแล้วน่าหดหู่ใจจริงๆ..

 ย้อนไปเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา คงไม่มีเหตุการณ์ใดเศร้าสลดและสร้างกระแสในสังคม เท่าเหตุคนร้ายฆ่าปาดคอ “ครูอิ๋ว” หรือ น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา วัย 27 ปี ครูอัตตราจ้าง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  ย้อน ไปเมื่อสายวันที่ 2 ก.ค. เพื่อนๆ ครูร.ร.แสงวิทยา ที่เช่าห้องพัก ภายในห้องเช่าไม่มีชื่อ ถนนสุดบรรทัดซอย 8 เขตเทศบาลเมือง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบร่างครูอิ๋ว นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ในห้องพัก สภาพศพเปลือยไม่สวมเสื้อผ้า มีบาดแผลถูกปาดที่ลำคอหวิดขาด ข้างลำคอพบมีมีดทำครัวปลายแหลมเปื้อนเลือดยาว 1 ฟุตตกอยู่ หลังตั้งสติได้จึงรีบแจ้งตร.สภ.แก่งคอย ให้มาตรวจสอบ โดยต่อมาตำรวจเข้าตรวจสอบและสอบพยานแวดล้อม พบว่า นายเจริญชัย คำภูเขียว อายุ 26 ปี เพื่อนที่พักอยู่ห้องฝั่งตรงข้าม ผู้พบศพให้การ ว่า ครูอิ๋วมีแฟนร.ต.ต. ซึ่งอบรมอยู่ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นานๆ จะมาหาผู้ตายครั้งนึง ขณะที่เพื่อนครูอีกคนให้การว่า ช่วงตี 2-3 ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องอยู่ 10 นาที แต่คิดว่าสามีภรรยาที่อยู่ห้องพักด้านหลังทะเลาะกัน จึงไม่ได้สนใจ จนตอนสายจึงรู้ว่าเป็นครูอิ๋ว ตร.สันนิษฐาน ว่าคนร้ายน่าจะมาคนเดียว คาดว่าเข้ามาหวังจะข่มขืน แต่ผู้ตายต่อสู้จนข้าวของกระจัดกระจายทั่วห้อง นอกจากนั้นยังพบว่าสร้อยคอทองคำ พร้อมจี้หนัก 2 สลึง และโทรศัพท์มือถือของผู้ตายหายไป
 ชุดสืบสวนเริ่มต้นสอบสวนใหม่ คราวนี้หันไปเน้นที่คนที่เข้าพักอาศัยอยู่บ้านเช่าในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีอยู่ 11 ห้อง โดยไล่สอบทีละห้องเริ่มตั้งแต่ห้องเลขที่ 17/1 ไปจนถึงห้องเลขที่ 17/11 กระทั่งพบสาวประเภทสอง บอกว่าพักอยู่กับแฟนชื่อนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ทำงานเป็นคนติดตั้ง นั่งร้านให้กับบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่งที่ ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย เลิกงานตอน 5 โมงเย็น เจ้าหน้าที่พบหยดเลือดที่ข้างกำแพงรั้วใกล้ห้องของทั้งคู่ จึงกลับมาประชุมวางแผนนำตัวมาสอบสวน ช่วง 6 โมงเย็น เจ้าหน้าที่ไปที่ห้องพักพบนายชาตรี จึงขอตรวจสอบพบที่หลังมือข้างซ้ายมีปลาสเตอร์ปิดแผลไว้ จึงขอเปิดดูพบว่าเป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นใหม่ หลังเจ้าหน้าที่เค้นสอบนานกว่า 3 ชั่วโมง นาย ชาตรีอ้างว่าถูกเหล็กบาด แต่กลับมีบาดแผลคล้ายถูกกัดอยู่ด้วย เมื่อขอให้ถอดเสื้อนายชาตรีถึงกับหน้าถอดสี ก่อนพบว่าตามแขนและที่หน้าอกมี รอยขีดข่วน จึงนำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก  นายชาตรีจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าปาดคอครูสาว แต่ไม่ได้ขโมยเอาทรัพย์สินของผู้ตายแต่อย่างใด



โดยนายชาตรี สารภาพว่า “ผม รู้จักกับคนตายมา 4 เดือนแล้ว โดยทุกครั้งที่เจอก็จะทักทายพูดคุยกันเสมอ เขาเป็นคนอัธยาศัยดีเลยรู้สึกชอบ วันเกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม ผมออกไปซื้อของข้างนอก เมื่อเดินผ่านห้องผู้ตายพบว่าประตูห้องเปิดอ้าอยู่ เหลือเพียงประตูเหล็กที่มีมุ้งลวดติดอยู่ จึงลองผลักเข้าไปเพื่อหวังจะลักทรัพย์ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อก จึงเดินเข้าไปภายใน เมื่อเห็นผู้ตายนอนหลับอยู่ก็หวังที่จะข่มขืนด้วย แต่กลับสะดุดสายไฟทำให้ผู้ตายตื่นและร้องให้คนช่วย ผมหันไปเห็นมีดวางอยู่บนชั้นวางของ เลยหยิบมีดมาปาดคอผู้ตายจนแน่นิ่งไป” นายชาตรีให้การโดยสีหน้านิ่งเฉย ยังให้การต่ออีกว่า หลังจากนั้นจึงเดินออกจากห้องผู้ตายทางประตูหน้า ก็เดินอ้อมไปเข้าห้องตัวเองทางประตูหลัง เพื่ออาบน้ำชำระคราบเลือดที่ติดอยู่ และทำแผลที่มือแต่เลือดไหลไม่หยุดจึงนำเสื้อตัวที่ใส่ก่อเหตุพันไว้ จากนั้นก็นอนหลับและรุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ พอช่วงเย็นแฟนสาวประเภทสองโทร.ตามให้กลับมาที่ห้อง และพบกับตำรวจ ตนยังไม่ได้ข่มขืนผู้ตายแต่ที่เสื้อนอนถลกขึ้นนั้นเกิดจากขณะต่อสู้ และอยากจะขอโทษผู้ตายและครอบครัวผู้ตายกับสิ่งที่ทำลงไป โดยต่อมาตำรวจแจ้งข้อหาหนัก นายชาตรี ถูกดำเนินคดีในข้อหาหนัก “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต..

 สู้สุดใจ!! หลานชายและแม่หนุ่มพิการ ที่โดนลูกตำรวจรุมฆ่า ประกาศสู้เต็มที หลังอีกฝ่ายเตรียมยื่นเงินประกันตัว ครบทั้ง7คน (มีคลิป)

 หลังจากที่ผิดหวังจากการที่ไม่ได้รับการเพิ่มข้อหา “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว” หลานชายพิการพร้อมทนาย ก็ต้องสู้กันต่อ เมื่อต้องยื่นคัดค้านประกันตัว 7 วัยรุ่นรุมฆ่าชายพิการ เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี



http://khaojing.com/11864/07/13/

ลูกสาว ป.1 นอนผวา ! พูด “คุณครูหนูเจ็บ หนูจะไม่ทำอีกแล้ว” เมื่อไถ่ถาม คุณพ่อแทบใจสลาย

คำให้การของพ่อที่แสนเจ็บปวด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม2558 โรงเรียนเทศบาลแห่ง 1 อ.บางคล้า น้องอยู่ ป.1/3 ผิดที่เขียนหนังสือช้า ถูกลงโทษด้วยการใช้ไม้พายมัดผ้าและตี น้องถูกตีวันอังคาร จับไข้ นอนซม
loading...

กลางคืนนอนผวา คุณครู ค่ะ หนูเจ็บ หนูจะไม่ทำอีกแล้ว นี่คือเสียง ของ น้อง ที่ผวาต่อการกระทำ พ่อสุดแสดปวดราวทำอะไรไม่ได้เห็นลูกนอนน้ำตาใหล
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่น้องโดนตีแบบนี้ ครั้งแรกใช้ฟุตเหล็กตี ช้ำเหมือนกันแต่ทาง ผอ.โรงเรียน ขอให้ผู้ปกครองไม่เอาความ แบบนี้มันถูกต้องหรอ ครูแบบนี้

‎ท่านนายอำเภอบางคล้า‬ ,ท่านนายกเทศบาล บางคล้า , ท่าน ผอ. โรงเรียน , ท่าน ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา
ท่าน คิดว่าควรทำอย่างไร ซึ่ง ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ในการที่บุคลากร ที่ขึ้นชื่อ ว่าแม่พิมพ์ของชาติ กระทำเกินกว่าเหตุ
ผอ จะย้ายครูคนนี้ไปอยู่มัธยมแทน แต่ว่าเอาออกจากราชการไปเลยนี่แหละดีที่สุดแล้ว คงไม่มีใครไว้ใจฝากลูกหลานไว้กับครูคนนี้แล้วล่ะ เดี๋ยวก็คงออกมาบอกว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ ระหว่างนี้ก็ย้ายไปสอนที่อื่น หรือพักงาน ซักพักแม่งก็เงียบ


loading...


ไม่เห็นเคยไล่ออกซักที ได้แต่บอกว่า ผิดครั้งแรก ครูคนนี้เป็นคนดี สอนดี เอาจริงๆนะ ต่อให้สอนดีแต่ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมย์แบบนี้ก็ไม่สมควรเป็นครูอ่ะ นี่น้องยังเล็กอยู่เลย แล้วผวากลัวขนาดนั้น มันจะเป็นปมในใจเด็ก บอกได้คำเดียวเลย ครูเลวเอาออกจากการเป็นครูเถอะค่ะ จิตใจทำด้วยอะไร ถ้าน้องเขาเก่งเขาคงไม่ไปเรียนหนังสือหรอก เอาออกสถานเดียว

เรือจ้าง แม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ ทั้งหลายที่ท่านได้เห็นโพสต์นี้แล้ว หยุดเถอะ ทั้งวาจา แววตา และการกระทำ โปรด!! อย่าทำร้ายเด็กที่ไม่มีทางต่อสู้เราได้เลย คนเราความฉลาดทางปัญญา eq iq ต่างๆ กันไปนะ ความปรารถนาดีของครูคือสิ่งที่ประเสริฐ และยอดเยี่ยมที่สุด แต่ถ้าปรารถนาดีแล้วควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จะกลายเป็นทำร้ายเด็กๆ ไปนะคะ ครูบางคนไม่ตีเด็ก แต่ใช้วาจาบั่นทอน ทำร้ายเด็กอย่างที่สุด!! หยุด!! การกระทำแบบนี้กันเถอะ มีแต่ผลเสียทั้งนั้นค่ะ ถ้าทำกับเด็กมัธยมแบบนี้ สักวันอาจจะโดนเด็กกระโดด.. เอานะ ^^ ใจร้ายเกิ๊นนน!! เข้าใจคนเป็นครูนะ การทำโทษวิธีสุดท้ายคือการตี เฉพาะเด็กที่สุดยอดแล้วจริงๆ นะ ก่อนทำโทษก็ควรจะพูดคุยกับ ผู้ปกครองเด็กก่อน เพื่อจะได้เรียนรู้พัฒนาการของเด็ก เพราะเด็กบางคนพัฒนาการช้ากว่าเพื่อน ทำความเข้าใจเด็ก แล้วครูจะเจริญในหน้าที่การงาน
loading...

ช็อกวงการ!! นักร้องดัง "บ่าววี" หลังจากโชว์ "ใบกระท่อม" ผ่านโซเชียล ล่าสุดเขากลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว

นักร้องดัง "บ่าววี" แจงวุ่น ปมโชว์ใบกระท่อม โพสต์ เฟซบุ๊กจนตร.ตรังบุกหาถึงบ้าน เผย เป็นการเข้าใจผิด ลูกพี่ลูกน้องหยอกเล่น เอามาวางแล้วถ่ายรูป อีกทั้งเป็นแค่ใบกระท่อมขี้หมู กินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ยอมรับตำรวจไปที่บ้านจริง พร้อมขอโทษ ต่อไปจะระมัดระวังให้มากขึ้น ชี้ ที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ยิ่งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐด้วย ไม่ทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ขณะที่ทอ.สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ส่อบานปลาย


จาก กรณีนักร้องหนุ่มชื่อดัง บ่าววี อาร์สยาม หรือพ.อ.อ.วีรยุทธ์ นานช้า โพสต์รูป ภาพและข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "วีรยุทธ์ นานช้า บ่าววี" เป็นรูปตัวเองขณะนั่งเก้าอี้อยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พร้อมชายอีก 2 คน โดยมือขวาบ่าววีถือถ้วยกาแฟ มือซ้ายถือใบไม้สีเขียว พร้อมข้อความว่า "กาแฟหวนท่อม อย่าจับเว้อนายเว้อ! หลบบ้านเราบายใจ นั่งโม้พี่น้องดูดใบจากกาแฟหวนท่อม 3 คน ลูกพี่ ลูกน้อง ถนอม นานช้า ชาตรี นานช้า วีรยุทธ์ นานช้า มาต่ะกาแฟหวนท่อมเด้ บายใจๆ"


ซึ่ง ดูคล้ายนักร้องดังกำลังนั่งโพสต์ท่าดื่มกาแฟกับใบพืชกระท่อม จากนั้นมีคนแชร์ภาพออกไปในโลกออนไลน์ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป.ป.ส.ภาค 9 เข้าไปหานักร้องหนุ่มถึงที่บ้านจ.ตรัง สถานที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง


ความคืบหน้าเมื่อวัน ที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" สอบถามไปยังบ่าววี นักร้องชื่อ ดังสังกัดค่ายอาร์สยามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่ง เจ้าตัวได้ชี้แจงว่า "เรื่องมันไม่ได้มีอะไรเลย แล้วผมก็ไม่ใช่ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่เขาแค่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง หลังจากที่เขาเห็นรูป ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงทุกอย่างไปกับเจ้าหน้าที่แล้ว ว่ารูปที่เห็นนั้นเป็นรูปที่ลูกพี่ลูกน้องโพสต์เพื่อหยอกกันเล่น ใบกระท่อมที่เห็นก็ลูกพี่ลูกน้องผมเขาก็บอกว่าเป็นใบกระท่อมขี้หมู ผมไม่รู้ว่ามันกินได้หรือไม่ได้ เขาเอามาวางแล้วก็ถ่ายรูป เขาบอกว่าจะเอาไปโพสต์ ซึ่งตอนนั้นผมก็อยู่กับญาติๆ เต็มบ้าน เพราะว่าเป็นวันฮารีรายอ หรือออกบวชตามประเพณีของศาสนาอิสลาม ญาติๆ จึงไปรวมตัวกันที่บ้าน โทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับตัวจึงไม่รู้ว่าเขาโพสต์ไปว่าอะไร และเป็นรูปแบบไหน มารู้อีกทีวันรุ่งขึ้นและภาพก็ถูกแชร์ไปเยอะแล้ว ยิ่งพอผมลบรูปออกมันก็เลยเป็นเรื่องและเป็นข่าวขึ้นมา" นักร้องดังกล่าว

loading...

ผู้ สื่อข่าวถามอีกว่า มีตำรวจไปหาที่บ้านเพื่อตรวจค้นจริงหรือเปล่า บ่าววีกล่าวว่าตำรวจไปมาหาสู่บ้านของตนเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะพ่อของตนเป็นกำนัน วันที่ไปเขาก็เข้าไปคุยกับพ่อและน้องชายของตน บอกว่ามีรูปภาพการโพสต์ใบกระท่อม ไม่ได้เข้าไปตรวจค้นอย่างที่เป็นข่าว คือตนไม่ใช่ผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่เขาไปแค่ตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งตนได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว


เมื่อถามอีกว่า เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นักร้องเลือดสะตอเผยว่าส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสเพราะว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เป็นแค่การเข้าใจผิดกัน เพราะว่าลูกพี่ลูกน้องเขาแค่หยอกตน แล้วภาษาที่เขาโพสต์เป็นภาษาใต้ทั้งหมด คนที่เห็นก็อาจจะเข้าใจผิดได้ ตนก็ขอโทษด้วย และจะระมัดระวังไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมาตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ยิ่งไม่ทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

loading...

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางกองทัพว่าอย่างไรบ้าง บ่าววีกล่าวว่า เมื่อสักครู่ทางกองทัพได้โทร.มาซึ่งตนได้ชี้แจงไปเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าไปชี้แจงกับผู้ใหญ่ เพราะตอนนี้ยังอยู่ต่างจังหวัด คิดว่ากลับไปก็ต้องเข้าไปชี้แจงกับผู้ใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ทางกองทัพ ผู้ใหญ่ทางค่ายก็โทร.มาเช่นกัน มันก็ทำให้เราปวดหัวเหมือนกัน แต่อย่างไรเราก็ต้องขอโทษกับแฟนๆ ทุกคนด้วย

loading...

ขณะ ที่ พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า หน่วยงานต้นสังกัดได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ได้ปฏิบัติตามระเบียบปกติ หากพบมีความผิดก็ต้องลงโทษทางวินัย ส่วนเรื่องคดีอาญาเท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ หากต้องการขอความร่วมมืออะไรเข้ามาก็จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ขณะนี้ได้ประสานไปยังพ.อ.อ.วีรยุทธ์ แล้วว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ขอให้เข้ามาพูดคุย คาดว่าการสอบสวนน่าจะไม่นาน คณะกรรมการก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนทุกฝ่าย และดูในเรื่องของพยานหลักฐานประกอบด้วย


วันเดียวกันผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจป.ป.ส.ภาค 9 พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านในควน จ.ตรัง เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ 4 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของบ่าววี เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง หลังเมื่อวันที่ 7 ก.ค.เดินทางมาสอบถามบ่าววี แล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่พบตัว จึงเดินทางมาตรวจสอบอีกครั้ง พบเพียงน้องชายของบ่าววี เปิดเผยว่าพี่ชายเดินทางกลับกรุงเทพฯไปหลายวันแล้ว และทราบว่าได้ลบภาพและข้อความโพสต์ออกไปจากเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วด้วย

http://www.siamupdate.com/news-183693

ช็อกวงการ!! นักร้องดัง "บ่าววี" หลังจากโชว์ "ใบกระท่อม" ผ่านโซเชียล ล่าสุดเขากลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว

นักร้องดัง "บ่าววี" แจงวุ่น ปมโชว์ใบกระท่อม โพสต์ เฟซบุ๊กจนตร.ตรังบุกหาถึงบ้าน เผย เป็นการเข้าใจผิด ลูกพี่ลูกน้องหยอกเล่น เอามาวางแล้วถ่ายรูป อีกทั้งเป็นแค่ใบกระท่อมขี้หมู กินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ยอมรับตำรวจไปที่บ้านจริง พร้อมขอโทษ ต่อไปจะระมัดระวังให้มากขึ้น ชี้ ที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ยิ่งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐด้วย ไม่ทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ขณะที่ทอ.สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ส่อบานปลาย


จาก กรณีนักร้องหนุ่มชื่อดัง บ่าววี อาร์สยาม หรือพ.อ.อ.วีรยุทธ์ นานช้า โพสต์รูป ภาพและข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "วีรยุทธ์ นานช้า บ่าววี" เป็นรูปตัวเองขณะนั่งเก้าอี้อยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พร้อมชายอีก 2 คน โดยมือขวาบ่าววีถือถ้วยกาแฟ มือซ้ายถือใบไม้สีเขียว พร้อมข้อความว่า "กาแฟหวนท่อม อย่าจับเว้อนายเว้อ! หลบบ้านเราบายใจ นั่งโม้พี่น้องดูดใบจากกาแฟหวนท่อม 3 คน ลูกพี่ ลูกน้อง ถนอม นานช้า ชาตรี นานช้า วีรยุทธ์ นานช้า มาต่ะกาแฟหวนท่อมเด้ บายใจๆ"


ซึ่ง ดูคล้ายนักร้องดังกำลังนั่งโพสต์ท่าดื่มกาแฟกับใบพืชกระท่อม จากนั้นมีคนแชร์ภาพออกไปในโลกออนไลน์ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป.ป.ส.ภาค 9 เข้าไปหานักร้องหนุ่มถึงที่บ้านจ.ตรัง สถานที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง


ความคืบหน้าเมื่อวัน ที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" สอบถามไปยังบ่าววี นักร้องชื่อ ดังสังกัดค่ายอาร์สยามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่ง เจ้าตัวได้ชี้แจงว่า "เรื่องมันไม่ได้มีอะไรเลย แล้วผมก็ไม่ใช่ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่เขาแค่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง หลังจากที่เขาเห็นรูป ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงทุกอย่างไปกับเจ้าหน้าที่แล้ว ว่ารูปที่เห็นนั้นเป็นรูปที่ลูกพี่ลูกน้องโพสต์เพื่อหยอกกันเล่น ใบกระท่อมที่เห็นก็ลูกพี่ลูกน้องผมเขาก็บอกว่าเป็นใบกระท่อมขี้หมู ผมไม่รู้ว่ามันกินได้หรือไม่ได้ เขาเอามาวางแล้วก็ถ่ายรูป เขาบอกว่าจะเอาไปโพสต์ ซึ่งตอนนั้นผมก็อยู่กับญาติๆ เต็มบ้าน เพราะว่าเป็นวันฮารีรายอ หรือออกบวชตามประเพณีของศาสนาอิสลาม ญาติๆ จึงไปรวมตัวกันที่บ้าน โทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับตัวจึงไม่รู้ว่าเขาโพสต์ไปว่าอะไร และเป็นรูปแบบไหน มารู้อีกทีวันรุ่งขึ้นและภาพก็ถูกแชร์ไปเยอะแล้ว ยิ่งพอผมลบรูปออกมันก็เลยเป็นเรื่องและเป็นข่าวขึ้นมา" นักร้องดังกล่าว

loading...

ผู้ สื่อข่าวถามอีกว่า มีตำรวจไปหาที่บ้านเพื่อตรวจค้นจริงหรือเปล่า บ่าววีกล่าวว่าตำรวจไปมาหาสู่บ้านของตนเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะพ่อของตนเป็นกำนัน วันที่ไปเขาก็เข้าไปคุยกับพ่อและน้องชายของตน บอกว่ามีรูปภาพการโพสต์ใบกระท่อม ไม่ได้เข้าไปตรวจค้นอย่างที่เป็นข่าว คือตนไม่ใช่ผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่เขาไปแค่ตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งตนได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว


เมื่อถามอีกว่า เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นักร้องเลือดสะตอเผยว่าส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสเพราะว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เป็นแค่การเข้าใจผิดกัน เพราะว่าลูกพี่ลูกน้องเขาแค่หยอกตน แล้วภาษาที่เขาโพสต์เป็นภาษาใต้ทั้งหมด คนที่เห็นก็อาจจะเข้าใจผิดได้ ตนก็ขอโทษด้วย และจะระมัดระวังไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมาตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ยิ่งไม่ทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

loading...

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางกองทัพว่าอย่างไรบ้าง บ่าววีกล่าวว่า เมื่อสักครู่ทางกองทัพได้โทร.มาซึ่งตนได้ชี้แจงไปเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าไปชี้แจงกับผู้ใหญ่ เพราะตอนนี้ยังอยู่ต่างจังหวัด คิดว่ากลับไปก็ต้องเข้าไปชี้แจงกับผู้ใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ทางกองทัพ ผู้ใหญ่ทางค่ายก็โทร.มาเช่นกัน มันก็ทำให้เราปวดหัวเหมือนกัน แต่อย่างไรเราก็ต้องขอโทษกับแฟนๆ ทุกคนด้วย

loading...

ขณะ ที่ พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า หน่วยงานต้นสังกัดได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ได้ปฏิบัติตามระเบียบปกติ หากพบมีความผิดก็ต้องลงโทษทางวินัย ส่วนเรื่องคดีอาญาเท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ หากต้องการขอความร่วมมืออะไรเข้ามาก็จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ขณะนี้ได้ประสานไปยังพ.อ.อ.วีรยุทธ์ แล้วว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ขอให้เข้ามาพูดคุย คาดว่าการสอบสวนน่าจะไม่นาน คณะกรรมการก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนทุกฝ่าย และดูในเรื่องของพยานหลักฐานประกอบด้วย


วันเดียวกันผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจป.ป.ส.ภาค 9 พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านในควน จ.ตรัง เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ 4 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของบ่าววี เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง หลังเมื่อวันที่ 7 ก.ค.เดินทางมาสอบถามบ่าววี แล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่พบตัว จึงเดินทางมาตรวจสอบอีกครั้ง พบเพียงน้องชายของบ่าววี เปิดเผยว่าพี่ชายเดินทางกลับกรุงเทพฯไปหลายวันแล้ว และทราบว่าได้ลบภาพและข้อความโพสต์ออกไปจากเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วด้วย

http://www.siamupdate.com/news-183693

ชีวิตคู่ต้องพังลง! เพราะพ่อแม่ฝ่ายหญิงเรียกสินสอดครึ่งล้าน บอกแค่เอามาโชว์ แต่พอแต่งเสร็จกลับเป็นแบบนี้..

พิษจากเงินสินสอด ความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับประเด็นนี้
ดิฉันเป็นผู้หญิง ขออนุญาตบอกตรงๆว่า ไม่ชอบ ไม่เห็นด้วยเลยจริงๆค่ะ
ดิฉันไม่ชอบและรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ถ้าจะต้องไปนั่งอยู่ท่ามกลางฝูงแขกเหรื่อ ให้ผู้เฒ่าสองสามคนประกาศนับเงินค่าดองออกไมโครโฟน
สนุกสนาน ดิฉันคงจะรู้สึกไม่ต่างจากวัวควาย ที่ขายไปแล้วได้เงินมา คนขายมานั่งนับเงินสบายใจ
มาตรฐานการคัดกรองผู้ชายที่ให้ลูกสาว มันควรมีมิติที่กว้างและลึกกว่าการใช้มูลค่าสินสอดเป็นตัววัด

loading...
ถ้าดิฉันมีลูกสาว ไม่ใช่แค่จะไม่เอาคิดค่าสินสอด จะออกค่างานแต่งงานให้ทั้งคู่ด้วยค่ะ
(จะทำให้ลูกมีความสุขที่สุดและประทับใจไปจนชั่วชีวิต จะทำให้เขาภูมิใจที่มีแม่ที่รักและพร้อมจะทุ่มเทเพื่อเขาจริงๆ)
แลกกับการที่แฟนของลูกไปมาหาสู่กับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ
เรียนรู้นิสัย ทัศนคติ จนมั่นใจว่าเขาจะดูแลลูกสาวเราได้จริงๆ ดิฉันว่า ดีกว่า
มาพบผู้ใหญ่ครั้งสองครั้ง แค่ยามจะแต่งงานกันเท่านั้น

ค่านิยมในบ้านเราบางที มันก็ละเอียดอ่อน จนเป็นจุดบอดให้เกิดช่องว่างระหว่างครอบครัว
แน่นอนว่า ถ้าพ่อแม่ฝ่ายหญิงเข้มงวด หัวโบราณ ลูกสาวพาแฟนไปแนะนำตัวกับครอบครัวก็ต่อเมื่อจะแต่งงานกันเท่านั้น
พ่อแม่ไม่ได้รู้ได้เห็นสัมพันธภาพระหว่างคบกัน มันก็แน่นอนว่า ต้องเกิดความกลัวว่า ลูกจะไปกันไปรอดหรือไม่ เพราะไม่รู้ตัวตนของฝ่ายชายว่าที่ลูกเขย

loading...

ที่ดิฉันยังแปลกใจ คือ มีผู้หญิงหลายๆท่าน ยังยินยอมพร้อมจะศิโรราบให้เงินค่าดอง
ถ้ายังคิดว่า เงินสินสอดมัน สำคัญ มันสมควรมี มันเป็นประเพณีอันดี สวยสดงดงาม เป็นสิ่งที่น่ายกย่องเทิดทูน
ขอความกรุณาว่าอย่าเรียกร้องสิทธิ์อยากเสมอภาคทัดเทียมผู้ชาย ในเมื่อตัวคุณยังปลดแอกจากพันธนาการทางความคิด
เป็นเบี้ยล่างให้บุรุษเพศไม่ได้ เป็นเพศแม่ที่อ่อนแอให้ชายชาตรีปกป้องเหมือนเดิมเถิดค่ะ
เรียกร้องสิทธิ์ความเท่าเทียมทางเพศสภาพเป็นครั้งคราว แต่ในทางพฤตินัยยังทำไม่ได้
มันไม่เรียกว่า ความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

ส่วนกัลยาณมิตรหลายท่านที่หลังไมค์มาไถ่ถามให้กำลังใจ ดิฉันขอขอบคุณมากๆจากใจค่ะ
แต่ถ้าจะให้เล่าเรื่องของตัวเอง กับปัญหาค่าดอง
ดิฉันขอคิดดูก่อนว่า มันจะมีประโยชน์กับส่วนรวมมากน้อยขนาดไหน
กลัวว่า จะสะกิดแผลเก่าในใจแล้ว  มีคนมาตีค่าเจตนาผิดเพี้ยนไป

สืบเนื่องมาจาก การได้อ่านกระทู้นี้ pantip.com/topic/32256922

เลยอยากแชร์เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นอุทาหรณ์ มุมมองสะท้อนสังคมอีกด้านนะคะ

เป็นเรื่องราวของ เพื่อนคนหนึ่งสมัยเรียนมัธยม
ดิฉันกับเพื่อนคนนี้ สนิทสนมกันมานานพอสมควรค่ะ
ครอบครัวเธอฐานะค่อนข้างยากจน แต่เธอเป็นคนไฝ่ดี เรียนดี เธอทำงานพิเศษหาเงินส่งตัวเองจนจบ
เธอได้พบรักกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเรียนอยู่ที่เดียวกัน
คบกันมาหลายปี จนเรียนจบวางแผนแต่งงานกัน
ก่อนแต่งฝ่ายหญิงเอ่ยกับพ่อแม่ว่า พวกตนยังทำงานได้ไม่นาน ขอร้องว่าสินสอด อย่าสูงเกินไปได้ไหม
ตอนนั้นครอบครัวนี้ทะเลาะ ตบตีลูกสาวบ้านจะแตกกันเลยทีเดียว
คนเป็นพ่อนะคะ ถึงขั้นขู่ลูกสาวว่าจ้างทนายเดินเรื่องจะฟ้องร้องเอาสินสอดจากฝ่ายชาย
ตอนนั้น ฝ่ายหญิงไม่กล้าบอกฝ่ายชาย เอามาระบายกับดิฉัน
คนฟังน้ำตาไหลตาม ใจจะขาดตาม
ไม่นานหลังจากวันนั้น ฝ่ายชายก็เดินทางไปสู่ขอตามประเพณี
ตอนไปสู่ขอ พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็ เรียกสินสอดเฉียครึ่งล้าน พ่อแม่ฝ่ายชายถึงกับเหวอ
เพราะครอบครัวพื้นเพของทั้งบ้านฝ่ายชายและฝ่ายหญิงก็ไม่ได้ต่างกันมาก
ผู้ใหญ่ฝ่ายชายก็พยายามกล่อม หว่านล้อม
ไปๆมาๆ พ่อแม่ฝ่ายหญิงบอก ยังไงก็ต้องหามาให้ได้ ห้าแสน ทองเก้าบาท เอามาวางโชว์ ให้ชาวบ้านเห็นก็ยังดี

วันแต่ง พ่อแม่รวมทั้งตัวว่าที่เจ้าบ่าวเอง ก็ดื้นรนหาเงินและทองจนครบตามจำนวน
เอาไปวางใส่พาน โชว์ชาวบ้าน
แต่หลังงานเลิก พ่อแม่ฝ่ายหญิง เห็นเงินกองใหญ่เป็นฟ่อนๆอยู่ตรงหน้า
ก็หอบเงินหนี ลูกสาวลูกเขย ทวงถามสัญญาที่ตกลงกันแต่แรก ก็บอก
ให้กูแล้ว จะเอากลับไปทำไม ค่าน้ำนมกู กูเลี้ยงมา
กูเบ่งคลอดมา อย่ามาเนรคุณ ต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ บลาบลา
(นึกออกป่ะค่ะ ลูกสาวดิ้นรนหาทางเรียนเอง ทำทุกอย่างสู้ด้วยลำแข้งตัวเอง คือจะขอเงินสักบาทต้องทนฟังเสียงด่าทอ
หยาบคายจากพ่อแม่มาตลอด)

ฝั่งเจ้าบ่าวกับพ่อแม่ โกรธจนสั่น โกรธจนพูดอะไรไม่ออก พวกเขาพาเจ้าสาวขึ้นรถกลับบ้านตอนนั้นเลย
นับว่าโชคดีอยู่ที่ ฝ่ายชายยังรักเธอไม่เสื่อมคลาย ถึงปัญหาตรงนี้มันจะหนักหนา
แต่ พ่อแม่ฝ่ายชายเกลียดครอบครัวฝ่ายหญิงเข้าใส้
พาลเกลียดลูกสะใภ้อย่างเธอไปด้วย



เธอต้องย้ายเข้ามาอยู่บ้านฝ่ายชาย เพราะตอนแรกๆก่อนแต่งพ่อแม่ผู้ชายรักและเอ็นดูมาก
ฝ่ายหญิงก็เคารพรักพ่อแม่ฝ่ายชายมาก อยากให้ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกัน
แต่พอเกิดเรื่องปัญหาเงินค่าดอง
ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัด เธอไม่เคยมีความสุขเลยแม้แต่วันเดียว
ต้องทนฟังเสียงประนาม ด่าทอเหยียดหยาม ดูถูกดูแคลน หาว่าเธอรวมหัวกับพ่อแม่โกงเงินสินสอด
แต่เธอทนเพราะรักสามีมาก
หนักเข้าฝ่ายชายก็เอนไหวไปตามแรงยุยงของพ่อแม่
เธอทนจนถึงที่สุด ที่สุดของที่สุด  สุดท้ายเลยตัดสินใจหย่าขาด
หย่าทั้งที่ยังรักสามีนั่นล่ะ
เข้าบ้านหลังนั้นตัวเปล่า ก็ออกจากบ้านหลังนั้นมาแต่ตัวเหมือนกัน

ซมซานกลับไปบ้านพ่อแม่ สิ่งที่ได้รับ กลับไม่ใช่อ้อมกอดกำลังใจ
หากแต่เป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติม จากน้ำมือของบุพการี เธอเหมือนลูกนกหลงทางไร้ที่พึ่ง
พ่อแม่ไม่ได้คิดว่า ตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตคู่ลูกสาวตั้งพังทลาย
กลับโทษเธอว่า เพราะเธอทำตัวเอง กรรมเก่าของเธอเอง
เธอถามหาเงินสินสอดขวัญถุง ที่พ่อแม่บอกว่าจะคืนให้
ก็โดนไล่ออกจากบ้าน หาว่า แกล้งเล่นละครจะหาทางออกอุบาย มาเอาเงินคืน
จนสุดท้าย เพื่อนคนนี้ก็ออกจากบ้านและไม่ติดต่อกับทางบ้านอีกเลย

ทุกวันนี้เธอมีความสุขกับชีวิตคู่ครั้งใหม่ กับสามีที่รักเธอจริง มีลูกสาวน่ารักหนึ่งคน
เธอบอก ผ่านเรื่องร้ายๆมาวันนั้น ถึงวันนี้เธอไม่เคยคิดกลัวคิดท้อแท้ เพราะเธอแกร่งเกินจะล้มแล้ว
ส่วนพ่อแม่ก็ยังหาทางตามรังควานชีวิตคู่เธออยู่เรื่อยๆ เพราะเงินห้าแสนตรงนั้นหมด หายไปกับลมแล้ว
เธอขอให้ดิฉันนำเรื่องราวของเธอมาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน

พวกคุณหลายๆคนในที่นี้ อาจจะโชคดีมากๆๆที่พ่อแม่เข้าใจ และยอมรับคุณ
ไม่เอาเงินสินสอดมาบั่นทอนความสุขของลูกเต้า

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ท่านใด ไม่หวังรวยเงินก้อนทางลัดจากลูกเขย ยกสินสอดให้ลูกไปตั้งตัว เป็นเงินขวัญถุง
รักและเอ็นดูลูกเขยลูกสะใภ้อย่างดี ทุกอย่างงราบรื่นดี
ดิฉันขอคารวะจิตใจความเป็นพ่อแม่ จริงๆค่ะ

มันเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าว
หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริง แต่เชื่อเถอค่ะว่า เลวร้ายกว่านี้ก็มี

โดยส่วนตัวแล้ว ถ้าในอนาคตภายภาคหน้ามีลูกสาว ลูกชาย ดิฉันไม่เคยคิดว่า จะให้ตัวเองเป็นภาระของลูกเต้า
ดิฉันไม่ปรารถนาจะให้ลูกมาส่งเสีย เพราะมีงานทำ เก็บออมมีเงินเก็บ มีประกันชีวิตประกันสุขภาพอย่างดี
พวกเขาต้องสร้างครอบครัวมีชีวิตเป็นของตัวเอง

ดิฉันมีลูกเพราะอยากมี ตั้งใจจะมี ไม่ได้หวังจะมีเพื่อเอามาหาประโยชน์ใส่ตัว
สิ่งสำคัญที่สุด คือ ไม่คิดจะเอาการอุ้มท้องตั้งท้องตรงนั้น มาเป็นเงื่อนไขบุญคุณล้นฟ้ากับลูก
เพราะเราเลือกจะทำให้ลูกเกิด ลูกเลือกเกิดไม่ได้ พวกเขาไม่ได้บังคับพวกเราให้ทำให้เขาเกิดมา
การคลอดมันเป็น กระบวนการทางธรรมชาติของการดำรงเผ่าพันธุ์
สตรีเมื่อตั้งครรภ์ธรรมชาติมันจะดำเนินไปตามครรลองของมันเอง ความเจ็บปวดตรงนั้นก็เป็นธรรมชาติของการคลอด
แม้แต่การคลอดธรรมชาติ คนเป็นพ่อแม่ยังไม่สามารถกำหนดวันคลอดเองได้ ธรรมชาติมันกำหนดของมันเองแล้ว

loading...

http://www.thesunz.com/62411

เห็นงูตัวแปลกๆ ชาวนาจึงช่วยกันดึงหางมาจากนา พอเห็นตัวเต็มๆถึงกับอึ้งหนัก มันใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ

loading...
  ชาว บ้านกลุ่มหนึ่งพากันช่วยฉุดลากงูขนาดยักษ์จากกลางทุ่งนา หลังจากออกเดินมาหาของป่าแต่กลับเจอเจ้าตัวนี้เข้า งานนี้ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่น่ากลัวกว่า

loading...

loading...
http://www.siamupdate.com/news-183683

ล่าสุด!! เผยรายได้ของ "หญิงไก่" ทำเอาหลายคนที่เรียก คุณหญิง ถึงกับอึ้ง กระจ่างทันที

loading...
ความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สินนางมณตรา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ ในคดีแจ้งความเท็จ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทรัพย์สิน รายรับและรายจ่ายของหญิงไก่ พบว่ามีรายได้จากธุรกิจคาร์แคเพียงอย่างเดียว ไม่มีฐานะร่ำรวยอย่างที่ผู้ต้องหาพยายามกล่าวอ้าง ชี้ว่าทรัพย์สินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่หญิงไก่เคยแจ้งความลูกจ้างลักทรัพย์ดังกล่าวอาจไม่มีอยู่จริง จึงจะเป็นประโยชน์ต่อคดีที่ลูกจ้างกล่าวหาหญิงไก่แจ้งความเท็จ ส่วนจะมีตำรวจ สน.ประชาชื่น ตกเป็นผู้ต้องหาคดีนี้หรือไม่ ขึ้นกับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม กองปราบฯ รับผิดชอบเฉพาะสำนวนคดีของนางสาวประภาวรรณ ใจกล้า หรือ น้องก้อย ตกเป็นผู้เสียหายเท่านั้น ส่วนคดีของนางสุกัลยา มารดาน้องมีน นครบาลเป็นผู้รับผิดชอบ



loading...


loading...
http://www.siamupdate.com/news-183680

คลิปเจาะสิวหัวดำในรูหู ตำแหน่งสิวที่คนมักเข้าใจผิด แต่เห็นวิธีรักษาแล้วแข้งขาอ่อน

ปัญหาสิวกวนใจ ใครว่ามันมาแค่ใบหน้า บางทีมันก็แสบเพราะแอบไปเกิดในรูหู งานนี้ไม่คันแต่รำคาญ แต่ลองมาดูคลิปเจาะสิวหัวดำในรูหูนี่ก่อน ไม่อยากเป็นเลยทีเดียว
loading...
เป็นไงล่ะ นานๆทีจะเห็นคนมารักษาสิวหัวดำในรูหู ก็อย่างว่า มันอยู่ในตำแหน่งที่เราไม่ค่อยจะทันเห็น
หลายคนเข้าใจผิดว่ามันเกิดจากความสกปรก แต่ความจริง มันเกิดจากเซลล์ผิวหนัง ผสมกับไขมัน แล้วกลายเป็นสิ่งอุดตันในรูขุมขน
ส่วนที่เห็นเป็นสีดำๆนั้น มันเป็นผลของการออกซิเดชั่น เซลล์โปรตีนและไขมันโดนอากาศจนกลายเป็นสีดำนะจ้ะ แต่ทีนี้ที่อยากให้มาร่วมสะท้านคือการรักษานี่สิ เอามีดแหลมๆนั่นมาทามม๊ายยยย
ก็เพราะหมอต้องเปิดรูขุมขนที่อุดตันเพื่อกดเอาสิวที่ฝังข้างในออกมาให้หมด ไม่ได้ขุดไปแค่หัวแข็งๆ
และนี่ไง สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน ล้นทะลักแบบไม่น่าเชื่อว่ามันจะอยู่ในหูบางๆ
มาดูกันเต็มๆ เสียวกันเต็มๆ


loading...

loading...
http://news.boxza.com/view/61321

ช็อกหนัก!! ตาวัย 57 อ้างชอบคอกับหลานวัย 11 ปี แม่แทบล้ม ตาเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง !???

 น้องชายยายอายุ 57 ลวงเด็กหญิงวัย 11 ปี ออกจากบ้าน ยอมรับมีเพศสัมพันธ์ อ้างรักกันแต่ถูกพ่อแม่เด็กขัดขวาง

(9 ก.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. พ.ต.ท.ธานินทร์ ผิวละเอียด รอง ผกก.สส.สภ.อุทัย พ.ต.ท.มานพ ชาวไร่ สว.สส.สภ.อุทัย รต.ท.ปิยะ หัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้นำตัว นายอนันต์ อายุ 57 ปี พร้อมด้วย เด็กหญิงแพร (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี มาทำการการสอบสวน หลังจากที่ นางขนิษฐา (สงวนนามสกุล) ได้มาแจ้งความว่าลูกสาวตนได้หายไปพร้อมกับนายอนันต์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นตา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยหลังรับแจ้งแล้วตำรวจได้ติดตามตัวนายอนันต์ จนไปพบที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 8 ก.ค. พร้อมกับ ด.ญ.แพร จึงนำตัวกลับมาทำการสอบสวน นายอนันต์ ยอมรับสารภาพว่า รักใคร่ชอบคอกับ ด.ญ.แพร ซึ่งเป็นหลานของพี่สาว โดยก่อนหน้านี้นายอนันต์ ทำงานรับ จ้างก่อสร้างอยู่ที่ กทม. แล้วกลับมาอยู่กับพี่สาวซึ่งเป็นยายของ ด.ญ.แพร จากนั้นก็เกิดสนิทสนม จนพ่อแม่ของเด็กและยายเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงสั่งห้าม ด.ญ.แพร ใกล้ชิดกับนายอนันต์


จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายอนันต์ ออกอุบายว่าจะไปทำงานที่ จ.เชียงใหม่ โดยชักชวนให้ ด.ญ.แพร ไปเที่ยวด้วย จากนั้นก็ว่าจ้างจยย.รับจ้างไปส่งที่ถนนสายเอเชีย แล้วนั่งรถประจำทางต่อไปยัง จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็ไปเช่าห้องที่ตัวเมืองหวังจะหางานทำ โดยยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับหลานสาวตั้งแต่คืนวันที่ 4 ก.ค. จนถึงวันที่ 8 ก.ค. ก่อนที่ตำรวจจะมาตามเจอ

ตำรวจตั้งข้อหาความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปีไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพรากผู้เยาว์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

Kategori

Kategori